“คนเราควรจะมีหลักการในการดำเนินชีวิต เหมือนเรือทีต้องมีหางเสือคอยนำทาง”   

คำกล่าวนี้ครูจ๊ะเห็นด้วย โดยเฉพาะการเป็นครูของครูจ๊ะ  มันเหมือนคำเตือนใจให้เรารู้ว่า กำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังให้อะไรกับนักเรียนอยู่เสมอๆ

ส่วนตัวไม่คิดว่าคนทำอาชีพเดียวกันจำเป็นต้องมีปรัชญาเหมือนกันเปี๊ยบเป็นแพทเทิร์น ขึ้นอยู่กับแนวทางของแต่ละคน  เพียงแต่ความคิดนั้นต้องไม่ขัดแย้งกับศีลธรรม จรรยาบรรณ

สำหรับPhilosophy ในการสอนของครูจ๊ะ ครูจ๊ะก็นำเอาประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา มานำเป็นปรัชญาของตัวเอง

ครูจ๊ะรู้สึกว่า-  ครูคนแรก  ห้องเรียนแรก สำคัญที่สุด First Impression  ต่อดนตรีจะเกิดขึ้นตอนที่เรียนช่วงแรกนี่แหละ -


ดังนั้น ปรัชญาของครูจ๊ะคือ การเรียนดนตรี นักเรียนจะต้องไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก ไม่รู้สึกว่าเครียด เรื่องที่เรียนอาจจะไม่สนุก แต่บรรยากาศในห้องเรียนจะต้องสนุก  นั้นคือสิ่งที่ครูจ๊ะตั้งใจ

 

ส่วนอีกเรื่องที่ครูจ๊ะให้คำสำคัญมากในการสอนคือ พื้นฐานในช่วงแรกของการเรียนดนตรีถือเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างไรนักเรียนทุกคนจะต้องทำได้ดีทุกทักษะ ทั้งการ ฟัง เล่น อ่าน เขียน  อาจจะใช้เวลา แต่คุ้มค่าแน่ๆ


    เพราะการเรียนดนตรีกับครูจ๊ะ ไม่ใช่แค่การมาจำวิธีเล่นเพลงที่ชอบกลับไป แล้วไม่สามารถอ่านโน๊ตเพลงอื่นได้ หรือไม่เข้าใจจังหวะในเพลง  ถ้าครูปล่อยผ่านไป แล้วคิดว่าจะมาแก้ทีหลัง

    ครูจ๊ะยืนยันเลยว่าแก้ยากกว่าเดิมมาก  เหมือนแผลที่ปล่อยเรื้อรัง พอจะมารักษาจริงจังไม่ง่ายซะแล้ว  บางคนใช้อาจแค่ยาทา กับยาทานสักระยะอาการก็ทุเลา  บางคนครูจ๊ะต้องทั้งให้ยาทาน ยาทา สั่งฉีดยา  กระทั่งสั่งยาจีนกลับไปให้คุณพ่อคุณแม่ต้มให้ทานที่บ้านเป็นเวลานานเป็นครึ่งปีกว่าจะหาย ดังนั้นครูจ๊ะจึงใส่ใจกับความเข้าใจทุกทักษะช่วงเริ่มเรียนนี้มาก และคอยเช็ค ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ว่าเค้าไม่ได้แค่ทำได้ แต่ต้องเข้าใจกระบวนการจริงๆด้วย